Advertisements

์์์่ำีีNelson Oliveira

Nélson Oliveira

From Wikipedia, the free encyclopedia
This article is about the footballer. For the cyclist, see Nelson Oliveira.
Nélson Oliveira
Personal information
Full name Nélson Miguel Castro Oliveira
Date of birth 8 August 1991 (age 20)
Place of birth BarcelosPortugal
Height 1.86 m (6 ft 1 in)
Playing position Striker
Club information
Current club Benfica
Number 16
Youth career
1999-2002 Santa Maria
2003–2006 Braga
2003–2004 → Bairro Misericórdia (loan)
2006–2009 Benfica
Senior career*
Years Team Apps (Gls)
2010– Benfica 0 (0)
2010 → Rio Ave (loan) 10 (0)
2010–2011 → Paços Ferreira (loan) 23 (4)
National team
2006–2007 Portugal U16 9 (3)
2007–2008 Portugal U17 11 (2)
2009–2010 Portugal U19 25 (9)
2010–2011 Portugal U20 19 (9)
2011– Portugal U21 3 (2)
* Senior club appearances and goals counted for the domestic league only and correct as of 15 October 2011.
† Appearances (Goals).

‡ National team caps and goals correct as of 15 October 2011

Nélson Miguel Castro Oliveira (born 8 August 1991) is a Portuguese footballer who plays for S.L. Benfica as a striker.

Contents

[hide]

[edit]Club career

Born in Barcelos, Oliveira finished his youth career at S.L. Benfica, having arrived at age 15 from Sporting de Braga, being a prolific scorer for both clubs. He made his first team debut in a 2008–09 pre-season friendly against G.D. Estoril Praia, courtesy of manager Quique Flores, and was even called to a UEFA Cup match against S.S.C. Napoli, but eventually returned to the juniors.

The same happened to Oliveira in 2009–10. However, in January 2010, he made his professional – and first division – debuts, being loaned until June to Rio Ave FC; his first game came on February 7, as he played the last 10 minutes of the 2–0 home win against Leixões SC.

Oliveira’s loan was initially extended for the entirety of the 2010–11 season but, on 12 August 2010, he moved to F.C. Paços de Ferreira, in the same predicament.[1] He scored on his debut on 12 September, a 1–1 draw at C.S. Marítimo and, the following month, helped Paços come from behind at Associação Naval 1º de Maio (2–1), scoring the winning goal from a direct free kick.

[edit]International career

Oliveira helped Portugal under-20s finish second in the 2011 FIFA World Cup held in Colombia, scoring four goals – including one in the final against Brazil, a 2–3 extra time loss – providing two assists and receiving the Man of the match award twice.

[edit]Honours

[edit]Country

[edit]Individual

[edit]Club statistics

Correct as of 30 July 2011

Club Season League Cup League Cup Europe Total
Apps Goals Apps Goals Apps Goals Apps Goals Apps Goals
Rio Ave 2009–10 10 0 2 0 0 0 0 0 12 0
Total 10 0 2 0 0 0 0 0 12 0
Paços Ferreira 2010–11 23 4 1 0 7 1 0 0 31 5
Total 23 4 1 0 5 1 0 0 31 5
Benfica 2011–12 0 0 1 0 0 0 0 0 1 0
Total 0 0 1 0 0 0 0 0 1 0
Career total 33 4 4 0 5 1 0 0 44 5

[edit]References

[edit]External links

[hide]v · d · eS.L. Benfica – current squad

1 Artur · 3 Emerson · 4 Luisão (C) · 5 R. Amorim · 6 Javi García · 7 Cardozo · 8 Bruno César · 9 Nolito · 10 Aimar · 14 Maxi Pereira · 16 Oliveira · 19 Rodrigo · 20 Gaitán · 21 Matić · 22 Mora · 24 Garay · 26 David Simão ·27 Miguel Vítor · 28 Witsel · 30 Saviola · 33 Jardel · 35 Enzo Pérez · 36 Luís Martins · 37 Rúben Pinto · 38 Capdevila · 39 Mika · 47 Eduardo · Manager: Jesus

ประวัติสโมสรลิเวอร์พูล

สโมสรฟุตบอลลิเวอร์พูล

Liverpool
Liverpool emblem
ชื่อเต็ม Liverpool Football Club
ฉายา The Reds, Red Machine, The Kop
ก่อตั้ง พ.ศ. 2435 (ค.ศ. 1892)
สนามกีฬา แอนฟิลด์ ลิเวอร์พูล
(ความจุ: 45,362 คน)
ประธาน มาร์ติน บรอตัน
ผู้จัดการ Flag of สเปน ราฟาเอล เบนิเตซ
ลีก เอฟเอ พรีเมียร์ลีก
2008-09 รองแชมป์ฤดูกาล 2008/09
สีชุดทีมเหย้า
สีชุดทีมเยือน
สีชุดที่สาม

สโมสรฟุตบอลลิเวอร์พูล (อังกฤษ: Liverpool Football Club) เป็นหนึ่งในสโมสรที่ประสบความสำเร็จสูงสุดทีมหนึ่งในฟุตบอลอังกฤษ
ลิเวอร์พูลครองแชมป์ดิวิชั่น 1 ถึง 18 ครั้ง ครองแชมป์
ยูโรเปียนคัพ 5 ครั้ง ก่อตั้งใน วันที่ 15 มีนาคม ปี พ.ศ. 2435 (ค.ศ. 1892)
ลิเวอร์พูลเป็นสโมสรหนึ่งในกลุ่ม
จี-14 มีฉายาในภาษาไทยว่า “หงส์แดง” พร้อมด้วยคำขวัญ You will never walk alone

สโมสร ลิเวอร์พูลก่อตั้งเมื่อ พ.ศ.2435และก้าวขึ้นมาเป็นสโมสรแนวหน้าของอังกฤษอย่างรวดเร็วจนประสบความ สำเร็จเป็นแชมป์ลีกสูงสุดชองประเทศครั้งแรกในปี พ.ศ. 2444(ฤดูกาล1900/01)และครั้งที่สองในปี พ.ศ.2449 (ฤดูกาล1905/06)ครั้งที่3และ4 เป็นแชมป์สองฤดูกาลติดในพศ.2465 กับพ.ศ.2466(ฤดูกาล1921/22กับ1922/23)แชมป์ลีกสูงสุดครั้งที่ 5 คือปี พ.ศ.2490 (ฤดูกาล1946/47)อย่างไรก็ตามลิเวอร์พูลพบกับช่วงตกต่ำต้องไปเล่นในในดิวิชัน 2ในพ.ศ.2497(ฤดูกาล1953/54)ภายหลังจึงได้เกิดการเปลี่ยนแปลงในสโมสรในปี พ.ศ.2502สโมสรได้แต่งตั้ง บิลล์ แชงก์ลี เป็นผู้จัดการทีม เขาได้เปลี่ยนแปลงทีมไปอย่างมาก จนประสบความสำเร็จได้เลื่อนชั้นในปี พ.ศ.2505(ฤดูกาล1961/62)และได้แชมป์ลีกสูงสุดของประเทศอีกครั้งใน พ.ศ.2507 (ฤดูกาล1963/64) หลังจากรอคอยมานานถึง 17 ปี บิล แชงก์ลี คว้าแชมป์ เอฟ เอคัพเป็นถ้วยแรกของสโมสรลิเวอร์พูลในปี พ.ศ.2508 (ฤดูกาล 1964/65)และคว้าแชมป์ดิวิชั้น1อีกครั้งในฤดูกาลต่อมา พ.ศ.2509(ฤดูกาล1965/66) ความสำเร็จของแชงก์ลียังเดินหน้าต่อไป เมื่อลิเวอร์พูลคว้าแชมป์ยูฟ่า คัพ พร้อมแชมป์ดิวิชั่น1ใน พ.ศ.2516(ฤดูกาล1972/73) และเอฟ เอ คัพ อีกครั้งใน พ.ศ.2517 (ฤดูกาล1973/74) หลังจากนั้นบิลล์ แชงก์ลีขอวางมือจากสโมสร โดยให้ผู้ช่วยของเขาสืบทอดตำแหน่ง ผู้จัดการทีมแทน นั่นคือ บ็อบ เพสส์ลี่

สโมสร ต้องประสบกับความซบเซาในช่วงหนึ่งหลังจากได้แชมป์ลีกสูงสุดในปี พ.ศ.2533คือได้เพียงเอฟ เอคัพ 1 ใบ ปีพ.ศ.2535 กับลีก คัพ 1ใบในปี พ.ศ.2538 แต่ก็ฟื้นฟูขึ้นมาได้เมื่อพวกเขาสามารถคว้าแชมป์บอลถ้วยทั้งในระดับประเทศ และระดับทวีปถึง 3 แชมป์(คาร์ลิ่ง ลีก คัพ,เอฟเอคัพ รวมทั้งยูฟ่า คัพ)ได้ในปี พ.ศ. 2544(ฤดูกาล2000/01) ในปี 2544 นี้ลิเวอร์พูลยังคว้าถ้วยยูฟ่า ซูเปอร์คัพที่เอาชนะบาร์เยิร์น มิวนิค แชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยน ลีกในปีนั้น รวมทั้งเอาชนะแมนฯยูฯคู่ปรับตัวฉกาจในถ้วยแชริตี้ ชิลด์ก่อนเปิดฤดูกาลพรี เมียร์ ลีกเป็นปีที่หอมหวานปีหนึ่งของกองเชียลิเวอร์พูล นักเตะสำคัญยุคนั้นได้แก่ ไมเคิล โอเว่น,เอมิล เฮสกี้,สตีเว่น เจอร์ราร์ด,ซามี่ ฮูเปีย และยอร์น อาร์เน่ รีเซ่ เป็นต้น ทีมชุดนี้ผู้จัดการทีมคือ เชร์รา อุลลิเย่ ชาวฝรั่งเศส ผลงานเป็นชิ้นเป็นอันส่งท้ายของอุลลิเย่คือการนำทีมลิเวอร์พูลชนะแมนฯยูฯ 2-0 ในนัดชิงฟุตบอลลีกคัพ พ.ศ.2546 (ฤดูกาล2002/03) แชมป์ที่ยิ่งใหญ่อีกครั้งของลิเวอร์พูลคือปี 2548 ชนะในศึกยูฟ่าแชมเปี้ยนลีกเป็นครั้งที่ 5ของสโมสร ซึ่งเป็นการแข่งขันที่ตื่นตาตื่นใจครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์บอลยุโรป เมื่อลิเวอร์พูลไล่ตีเสนอทีมเอซี มิลาน เป็น 3 -3 ทั้งที่โดนยิงนำไปก่อนถึง 3 -0 !!! และในที่สุดคว้าแชมป์มาได้จากการยิงจุดโทษชนะ 3-2 เป็นทีมจากอังกฤษที่ครองถ้วยยูโรเปี้ยน คัพ(ปัจจุบันคือ ยูฟ่า แชมเปี้ยนลีก) มากครั้งที่สุดถึง 5 สมัย ผู้เล่นที่สำคัญในยุคนั้น อาทิ สตีเว่น เจอร์ราร์ด ,ซาบี้ อลอนโซ่ ,ดีทมา ฮามันน์,วลาดิเมียร์ ซมิเซอร์,เจอร์ซี่ ดูเด็ค และเจมี่ คาราร์เกอร์ คุมทัพโดย ผู้จัดการทีมสัญชาติสเปน ราฟาเอล เบนิเตซ ในฤดูกาลต่อมา พ.ศ.2549 (ฤดูกาล 2005/06) ลิเวอร์พูลของเบนิเตซทำให้แฟนบอลต้องลุ้นอีกครั้ง ในนัดชิงเอฟเอคัพ เมื่อต้องอาศัยลูกยิงมหัศจรรย์ของ สตีเว่น เจอร์ราร์ดในช่วงทดเวลาบาดเจ็บตีเสมอทีมเวสต์แฮมคู่ชิงแชมป์ในปีนั้นทำให้ เสมอกันที่ 3-3 ต้องตัดสินแชมป์ด้วยการยิงจุดโทษอีกครั้ง และลิเวอร์พูลก็สามารถชนะไปได้ 3-1 เป็นแชมป์สำคัญรายการล่าสุดที่ลิเวอร์พูลทำได้ แต่รายการที่แฟนบอลต้องการมากที่สุดคือแชมป์ลีกของประเทศ หรือพรีเมียร์ลีกในปัจจุบัน ซึ่งปีล่าสุดที่ลิเวอร์พูลคว้ามาได้คือพ.ศ.2533(ฤดูกาล1989/90) จากการคุมทีมของเคนนี่ ดัลกลิส ซึ่งต่อมาภายหลังดัลกลิสสามารถนำแบล็คเบิร์นค้าแชมป์พรีเมียร์ลีกได้ในปี พ.ศ.2538(ฤดูกาล 1994/95)

ประวัติสโมสร

จอห์น โฮลดิ้ง นักธุรกิจชาวเมืองลิเวอร์พูลได้เช่าพื้นที่บริเวณ แอนฟิลด์ โรด เพื่อใช้สร้างสนามฟุตบอล และเมื่อสร้างเสร็จได้ให้สโมสรฟุตบอลเอฟเวอร์ตัน เช่าเป็นสนามแข่ง และเมื่อทีมเอฟเวอร์ตันได้เข้าสู่สมาชิกฟุตบอลลีก จอห์น โฮลดิ้ง พยายามจะเข้าไปบริหารงานในทีมเอฟเวอร์ตันและได้เพิ่มค่าเช่าสนามที่ทีมได้ เช่าอยู่ ฝ่ายกลุ่มบริหารของเอฟเวอร์ตันจึงยกเลิกสัญญาเช่าสนาม และทีมเอฟเวอร์ตันได้ย้ายสนามไปอีกฝากของสวนสาธารณะ สแตนลี่ย์พาร์ค เพื่อไปสร้างสนามเป็นของตัวเองโดยใช้ชื่อสนามว่า กูดีสันพาร์ก ดังนั้น จอห์น โฮลดิ้ง จึงต้องการสร้างทีมฟุตบอลขึ้นมา และ จอห์น โฮลดิ้ง จึงไปชวนเพื่อนสนิทของเขาชื่อ จอห์น แมคเคนน่า มาทำหน้าที่ประธานสโมสรและได้ตั้งชื่อทีมฟุตบอลนี้ว่า Liverpool Football Club

 ยุคก่อตั้งสโมสร

หลังจากที่สโมสรลิเวอร์พูลก่อตั้ง ได้ไม่นาน ได้จัดการแข่งขัดนัดอุ่นเครื่อง ซึ่งเป็นการลงสนามนัดแรกของทีมลิเวอร์พูลกับทีมร็อตเตอร์แฮม ซึ่งผลการแข่งขันปรากฏว่า ทีมลิเวอร์พูลชนะไปด้วยผลการแข่งขัน 7-1 และลิเวอร์พูล ได้ลงแข่งขันฟุตบอลลีกของแคว้น แลงคาเชียร์ ปรากฏว่าลิเวอร์พูลลงแข่งทั้งหมด 22 นัด ชนะ 17 นัด และได้แชมป์ไปครอง ส่งผลให้ทางสโมสรสามารถสมัครเข้าร่วมการแข่งขันฟุตบอลลีกซึ่งได้รับการยอม รับและถูกคัดเลือกให้ลงเล่นในดีวิชั่น 2 ในฤดูกาล 1893-1894 สโมสรจึงได้เลือกสัญลักษณ์ของทีมเป็น นกลิเวอร์เบิร์ด (Liverbird) ซึ่งเป็นนกแถบทะเลไอริช บริเวณแม่น้ำเมอร์ซี่ย์ โดยที่ปากนกคาบใบไม้ไว้ ทีมลิเวอร์พูลได้ลงทำการแข่งขันอย่างเป็นทางในฟุตบอลลีก ดิวิชั่น 2 ในวันที่ 2 กันยายน ค.ศ. 1893 โดยทีมลิเวอร์พูลออกไปเยือนทีมมิดเดิลสโบรซ์ ไอโรโนโปลิส และทีมลิเวอร์พูลสามารถได้แชมป์มาครองโดยที่ไม่แพ้ทีมใดเลยตลอดทั้งฤดูกาล (ทั้งหมด 28 นัด) แต่การคว้าแชมป์ลีกดิวิชั่น 2 ในตอนนั้นยังไม่ได้เลื่อนชั้นโดยทันที ต้องไปแข่งนัดชิงดำกับทีมอันดับสองก่อน โดยทีมอันดับสองในขณะนั้นคือ ทีมนิวตัน ฮีธ (ทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดในปัจจุบัน) และลงแข่งขันที่สนามของทีมแบล็คเบิร์น ซึ่งทีมลิเวอร์พูลเอาชนะทีมนิวตัน ฮีธไปด้วยผล 2-0 และได้เลื่อนชั้นสู่ดิวิชั่น 1 ในที่สุด

ที่มาของ The Kop

เดอะ ค็อป เป็นชื่อที่ใช้เรียกตามชื่อของเนินเขาแห่งหนึ่งใน นาทาล ประเทศแอฟริกาใต้ ซึ่งคนท้องถิ่นจะรู้จักกันในนาม สปิออน ค็อป โดยเกิดเหตุการณ์การทำสงครามบัวร์ขึ้นในช่วงปี ค.ศ. 1900 อังกฤษได้ ส่งทหารไปกว่า 300 นาย โดยส่วนใหญ่เป็นชาวเมืองลิเวอร์พูล แต่แล้วในสงครามนั้นเกิดเหตุการณ์น่าเศร้าขึ้นคือ อังกฤษได้เสียทหารไปเกินกว่าครึ่ง เพื่อเป็นการรำลึกถึงเหตุการณ์ในครั้งนั้น นักข่าวกีฬาของหนังสือพิมพ์ลิเวอร์พูลเดลี่โพสต์ ชื่อ เออร์เนสต์ เอ็ดเวิร์ตส์ จึงเสนอชื่อ สปิออน ค็อป ตามชื่อของเนินเขาลูกนั้น เป็นชื่อของอัฒจันทร์หลัง ประตูในการสร้างสนามใหม่ขึ้นมา เพื่อเป็นเกียรติในความกล้าหาญของทหารอังกฤษทั้ง 300 นาย ซึ่งต่อมาอัฒจันทร์แห่งนี้ได้กลายอัฒจันทร์ที่มีชื่อเสียงที่สุดในโลกของ ฟุตบอลแห่งหนึ่ง. ในปี ค.ศ. 1928 ได้มีการต่อเติมอัฒจันทร์แห่งนี้ใหม่ และเมื่อใดเมื่อมีการแข่งขันฟุตบอลของทีมลิเวอร์พูลขึ้น คนที่ไปดูการแข่งขันของทีมบนอัฒจันทร์จะเรียกตัวเองว่า เดอะ ค็อป (The Kop) และแล้วจากเหตุการณ์โศกนาฎกรรมที่สนามฮิลส์โบโร่ ในปี ค.ศ. 1989 ซึ่งเกิดการถล่มของอัฒจันทร์ขึ้น ในการแข่งขันฟุตบอลเอฟเอ คัพ กับ นอร์ทติ้งแฮม ฟอเรสต์ ทำให้มีผู้เสียชีวิตไป 96 คน จึงมีคำสั่งให้ทุกสนามเปลี่ยนจากอัฒจันทร์ยืนเป็นแบบนั่งทั้งหมด และนั่นเป็นการปิดฉากของอัฒจันทร์ สปิออน ค็อป อัฒจันทร์แบบยืนที่มีความยิ่งใหญ่แห่งหนึ่ง แต่อย่างไรก็ตาม ก็มีอัฒจันทร์ใหม่ขึ้นมาและใช้ชื่อว่า นิว ค็อป ซึ่งความหมายต่าง ๆ ยังคงเหมือนเดิม แม้ชื่ออัฒจันทร์จะเปลี่ยนไปแล้วก็ตาม นิว ค็อป ยังคงมีกลิ่นอายของประวัติเหล่านั้นอยู่เต็มเปี่ยม

ผู้เล่นชุดปัจจุบัน

Note: ธงชาติที่ปรากฎบ่งบอกให้ทราบว่าผู้เล่นคนนั้นสามารถเล่นให้กับชาติใดตามกฎของฟีฟ่า ตามความเหมาะสม เพราะบางผู้เล่นอาจถือสองสัญชาติ

หมายเลข ตำแหน่ง ผู้เล่น
1 Flag of บราซิล GK ดีเอโก้ คาวาเลียรี่
2 Flag of อังกฤษ DF เกล็น จอห์นสัน
4 Flag of อิตาลี MF อัลแบร์โต้ อควิลานี่
5 Flag of เดนมาร์ก DF แดเนี่ยล แอกเกอร์
8 Flag of อังกฤษ MF สตีเว่น เจอร์ราร์ด (กับตันทีม)
9 Flag of สเปน FW เฟอร์นานโด ตอเรส
11 Flag of สเปน MF อัลเบิร์ต ริเอร่า
12 Flag of บราซิล DF ฟาบิโอ ออเรลิโอ
15 Flag of อิสราเอล MF ยอสซี่ เบนายูน
16 Flag of กรีซ DF โซติริออส คีร์เกียคอส
17 Flag of อาร์เจนตินา FW มักซี่ โรดริเกซ
18 Flag of the Netherlands FW เดิร์ก เคาท์
19 Flag of the Netherlands MF ไรอัน บาเบิล
20 Flag of อาร์เจนตินา MF ฮาเวียร์ มาสเชราโน่
21 Flag of บราซิล MF ลูคัส เลว่า
22 Flag of อาร์เจนตินา DF เอมิลิอาโน่ อินซัว
23 Flag of อังกฤษ DF เจมี่ คาร์ราเกอร์
24 Flag of ฝรั่งเศส FW ดาวิด เอ็นก๊อก
25 Flag of สเปน GK โฆเซ่ มานูเอล เรน่า
26 Flag of อังกฤษ MF เจย์ สเปียริ่ง
27 Flag of สวิตเซอร์แลนด์ DF ฟิลลิป เดเก้น
28 Flag of ฝรั่งเศส MF เดเมียน เพลสซิส
29 Flag of ฮังการี FW คริสเตียน เนเม็ธ
31 Flag of โมร็อกโก MF นาบิล เอลซาร์
34 Flag of อังกฤษ DF มาร์ติน เคลลี่
36 Flag of อังกฤษ DF สตีเว่น เออร์วิน
37 Flag of สโลวาเกีย DF มาร์ติน สเคอร์เทล
40 Flag of สเปน DF ดาเนี่ยล ซานเชส อยาล่า
41 Flag of เดนมาร์ก GK มาร์ติน แฮนเซ่น
47 Flag of สเปน FW แดเนี่ยล ปาเชโก้

 สต๊าฟ โค้ช

ชื่อ ตำแหน่ง
Flag of สเปน ราฟาเอล เบนิเตซ ผู้จัดการทีม
Flag of อังกฤษ แซมมี่ ลี ผู้ช่วยผู้จัดการทีม
Flag of อาร์เจนตินา เมาริซิโอ เปเลกริโญ โค้ชทีมหลัก
Flag of สเปน ซาวี วาเลโร โค้ชผู้รักษาประตู
Flag of สเปน กอนซาโล โรดริเกซ โค้ชความฟิต
Flag of สเปน พาโก เดอ มิกูเอล โค้ชความฟิต
Flag of อังกฤษ แกรี แอ๊บเลตต์ ผู้จัดการทีมสำรอง
Flag of สเปน อังเกล วาเลส โค้ชทีมสำรอง / หัวหน้าการวิเคราห์ด้านเทคนิค
Flag of อังกฤษ เดฟ แมคโดนัฟ นักวิเคราะห์ด้านเทคนิค
Flag of สเปน เอดูอาร์โด มาเซีย หัวหน้าหน่วยแมวมอง
ชื่อ ตำแหน่ง
Flag of อังกฤษ ไมค์ แมคกลินน์ ผู้ช่วยหัวหน้าแมวมอง
Flag of อังกฤษ มาร์ก วอลเลอร์ แพทย์ประจำสโมสร
Flag of อังกฤษ ร็อบ ไพรซ์ หัวหน้าฝ่ายการแพทย์
Flag of อังกฤษ หลุยส์ ฟอเซตต์ เจ้าหน้าที่การแพทย์
Flag of สเปน วิคเตอร์ ซาลินาส เจ้าหน้าที่การแพทย์
Flag of อังกฤษ คริส มอร์แกน เจ้าหน้าที่การแพทย์
Flag of อังกฤษ พอล สมอล นักกายภาพบำบัด
Flag of อังกฤษ เกรแฮม คาร์เตอร์ หัวหน้าฝ่ายอุปกรณ์
Flag of อังกฤษ จอห์น ไรท์ เจ้าหน้าที่ฝ่ายอุกรณ์

ผู้จัดการทีม

เกียรติประวัติ

  • 1901, 1906, 1922, 1923, 1947, 1964, 1966, 1973, 1976, 1977, 1979, 1980, 1982, 1983, 1984, 1986, 1988, 1990,
  • ยังไม่เคยได้แชมป์
  • 1894, 1896, 1905, 1962
  • 1965, 1974, 1986, 1989, 1992, 2001, 2006
  • 1981, 1982, 1983, 1984, 1995, 2001, 2003
  • 1977, 1978, 1981, 1984, 2005
  • 1973, 1976, 2001
  • ยังไม่เคยได้แชมป์
  • European Super Cup : 3
  • 1977, 2001, 2005
  • ยังไม่เคยได้แชมป์
  • แชมป์ ปี 1995-96 , 2005-06 , 2006-07

แหล่งที่มา

 

  • liverpoolfc.tv เว็บไซต์อย่างเป็นทางการของทีมลิเวอร์พูล (อังกฤษ)
  • lfchistory.net รวบรวมประวัตศาสตร์ทีมลิเวอร์พูล

เว็บแฟนคลับ

  • hongmarnz.com เว็บหงส์แดงฮาร์ดคอร์ Together We Make It Better
  • hongneua.com – หงส์เหนือ ลิเวอร์พูลแฟนคลับ –
  • liverpool.in.th ลิเวอร์พูลประเทศไทย
  • liverpoolthailand.com ลิเวอร์พูลแฟนคลับ
  • redmachinethailand.com แฟนหงส์แดงในเมืองไทย
  • thekop.in.th เว็ปสาวกหงส์แดงพันธ์แท้ ในเมืองไทย (The Kop in Thailand)
  • wearethereds.com – Home Of The Kop Thailand –
  • liverpoolfc.inthailife.com – Liverpool Football Club On Camfrog Forum

 

เชลซี1-2ลิเวอร์พูล

ข่าวของสโมสร ทีม ลิเวอร์พูล Liverpool
ประจำฤดูกาล 2011-2012

Hello world!

Welcome to WordPress.com. After you read this, you should delete and write your own post, with a new title above. Or hit Add New on the left (of the admin dashboard) to start a fresh post.

Here are some suggestions for your first post.

  1. You can find new ideas for what to blog about by reading the Daily Post.
  2. Add PressThis to your browser. It creates a new blog post for you about any interesting  page you read on the web.
  3. Make some changes to this page, and then hit preview on the right. You can always preview any post or edit it before you share it to the world.